"เมื่อตะวันยอแสงเรี่ยวแรงก็เริ่มอ่อนล้า พักลงตงนี้ที่เดิมแล้วหลับตา ชมลม ชมไทย จะพาเรี่ยวแรงคุณกลับคืน"

ชมไทย www.chomthailand.com ติดต่อโฆษณา บทความ แนะนำการท่องเที่ยว IDLINE : akechomthai T. 089-780 1770 e-mail : chomthailand@gmail.com

โฮมสเตย์ วิถีชีวิต ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  Chomthailand

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน

ตามรอยวัฒนธรรม เว้ฮอยอัน ฉันรักเธอ 1

ความนิยม 2เข้าชม/อ่าน 955 ครั้ง2014-5-12 11:14

ตอนที่ 1 การเดินทางที่แสนทรหด หมอชิต-มุกดาหาร-สะหวันเขต ประเทศลาว-เว้ ประเทศเวียดนาม


19.00 น. ของวันที่ 30 เมษายน 2557 เหล่ามวลสมาชิกทริป ต้น พี่เกรียง เปเป้ นุ่น เจ้ก้อยและเจ้มะลิที่มาส่ง ก็ได้มารวมตัวกันที่ ขนส่งหมอชิต 2 เพื่อขึ้นรถโดยสารของบริษัทสหพันธ์ร้อยเอ็ดทัวส์เพื่อเดินทางไปสู่ จังหวัดมุกดาหาร เป็นเป้าหมายแรกสำหรับการเดินทางในทริปนี้ เวลาประมาณ 2 ทุ่ม รถก็พาเราออกจากขนส่งหมอชิต ด้วยสภาพฝนโปรยปราย ประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ รถได้เคลื่อนตัวมาถึง บขส.ใหม่ โคราช เพื่อรับ ยุ้ย สมาชิกอีก 1 คน


เกือบๆ 7 โมงเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 รถโดยสารก็พาเราทั้ง 6 ชีวิตมาถึงขนส่ง จังหวัดมุกดาหาร พ่อและแม่ของนุ่น ได้มาดักรอเราที่ บขส. แต่ด้วยความที่เช้ามาก รอเวลารถโดยสารระหว่างประเทศ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต อีกนานกว่าจะออก เลยตัดสินใจให้พ่อกับแม่ของนุ่นขับรถไปส่งที่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตกตะวันออก ซึ่งเริ่มจากพม่า ผ่าน ไทย ลาวและสิ้นสุดที่เวียดนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงของธนาคารการพัฒนาแห่งเอเชีย ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 1600 เมตร มีความกว้าง 12 เมตร และมีช่องการจราจร 2 ช่อง มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลาก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2546 ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 มาถึงเราจัดการทำหนังสือผ่านแดนออกจากประเทศไทย และซื้อตั๋วรถระหว่างประเทศไปสะหวันนะเขต ราคา 50 บาท


ผ่านพิธีการขาออกจากประเทศไทยเรียบร้อย เราก็ขึ้นรถโดยสารระหว่างประเทศที่จอดรออยู่ เพื่อข้ามสะพานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศลาว ไม่อนุญาตให้เราเดินข้ามสะพานไปเอง  หลังจากนั้นจะเข้าสู่พิธีการเข้าเมืองของประเทศลาว ที่เราจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 40 บาท และค่าล่วงเวลา 10,000 kip แต่เราโดนไปคนละ 50 บาท 555+ เสร็จแล้วด้วยจะ 9 โมงแล้วกลัวจะไม่ทันรถโดยสารระหว่างประเทศ สะหวันนะเขต – เว้ ประเทศเวียดนาม เราเลยตัดสินใจเหมารถตู้ ราคาตกลงกันที่ 160 บาท/6 คน มายังขนส่งสะหวันเขต ซึ่งมาถึงก่อนรถระหว่างประเทศไม่เกิน 5 นาที จัดการซื้อตั๋วโดยสารราคา 460 ต่อคนเพื่อไปยัง เว้ ประเทศเวียดนาม เข้าระบุว่าเป็นรถ VIP แต่พอรถขยับมาเทียบท่า สภาพคือรถประมาณ ป2 บ้านเรา เราก็ทยอยเอาสัมภาระขึ้นรถแล้วไปนั่งตามหมายเลขที่เราได้มา สักพักก่อนรถจะออก เด็กรถได้ขึ้นมาไล่ผู้โดยสารทั้งหมดให้ลงจากรถด้วยอาการเหวี่ยงๆ ผู้โดยสารก็งงกัน เลยเดินลงไป คือ เด็กรถต้องการจะตรวจตั๋ว 555+ อยากจะบอกว่าถ้าเป็นเมืองไทย เค้าจะเดินมาเก็บตั๋วข้างบน นอกจากสภาพรถจะเป็น ป2 ของบ้านเรา ห้องน้ำไม่มี รับขนทุกสิ่งอย่างอีกตังหาก ขับไปได้สักพักใหญ่ๆ รถก็จอดข้างทางซึ่งเป็นป่า เราก็ใจเสียเพราะจากสภาพรถที่เห็น คิดว่ารุจะเป็นอะไร แต่จริงๆ แล้วรถจอดให้ผู้โดยสารทำกิจส่วนตัวในป่า ได้อารมณ์ไปอีกแบบ ขึ้นรถมา อีตาเด็กรถก็มานับคน ได้ประมาณ 10 กว่าคนรถไปสะดุดอะไรไม่ทราบ ทำเอาลืมถึงกับต้องเริ่มนับใหม่ ทำเอาฮาไปตามๆกัน  




รถโดยสารก็วิ่งแบบเรื่อยๆ อีกประมาณ 22 กิโลเมตรจะถึงด่าน ลาวบาว ประเทศเวียดนาม ได้มีกลุ่มรถ เกือบ 10 คันวิ่งมาปาดหน้ารถโดยสารเพื่อให้จอด ชายใส่ชุดสีคล้ายๆเนตรนารี ใส่รองเท้าแตะ ก็เดินขึ้นมาบนรถ เพื่อต้องการที่จะตรวจอะไรสักอย่าง มีการเปิดดูสัมภาระ เอากระสอบถ่านที่รถจอดขนขึ้นมาระหว่างทางลง ตรวจอย่างละเอียดคุยกับผู้โดยสารคนอื่น ทำให้เราได้มิตรภาพเพิ่มขึ้น ทั้งคนไทยด้วยกันที่กำลังจะไปเที่ยว พี่เซิน คนเวียดนามที่มาทำงานอยู่ประเทศไทย ผลปรากฏว่า พบไม้เถื่อน ซึ่งเราดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นไม้พยุง เคลียกันนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่เราก็เริ่มห่วงๆและว่า เราจะทันด่านปิดหรือไม่ ถ้าไม่ทัน ลำบากแน่ๆ แต่ด้วยการที่เราทำอะไรไม่ได้ เราก็เดินถ่ายรูปเล่นกัน หลังจากเคลียกันลงตัว เราก็เดินทางต่อเพื่อทำพิธีออกเมืองลาว เข้าเมืองเวียดนาม


2 ทุ่มกว่า นับเวลามาจากประเทศไทย ก็ร่วม 24 ชั่วโมงเต็ม เราก็มาถึงเมืองเว้ ประเทศเวียดนามด้วยความหิวโหย เอาสัมภาระลง และได้แต่ภาวนาว่าขากลับอย่าเจอรถแบบนี้อีกนะ ลงจากรถมีกลุ่มแท็กซี่จะให้เราใช้บริการเยอะมาก แต่เราทำข้อมูลมาว่าไม่จำเป็นอย่าใช้บริการ เราเลยเลือกที่จะแบกสัมภาระเดินออกจากขนส่งเว้ เพื่อเรียกแท็กซี่ ระหว่างที่เจรจากำลังจะตกลง หนุ่มปริศนาก็มาเบียดเราออกจากการเจรจาแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ออกไปหน้าตาเฉย ห้าๆๆๆๆ เราก็ได้แท็กซี่ขนาดใหญ่ ต่อรองเจรจาราคาไปส่งที่ Lam Bao Long Hotel ในราคา 100,000 VND ประมาณ 157 บาท/ 6 คน จัดแจง Check in เข้าที่พักเรียบร้อย มีเรื่องขำๆ ระหว่างที่รอเพื่อนลงมาจากห้องพัก พี่เกรียง เดินไปซื้อกาแฟ มีคนปั่นรถซิโคล่ มาถามว่าจะให้บริการอย่างว่าไหม 1,000 บาท เราเดินดูร้านมาเรื่อยๆ เพื่อจะหาอะไรกินกันมื้อแรก เดินไปเดินมาก็มาลงท้ายที่ร้านตรงข้ามกับที่พัก เราตกลงกันว่าจะเก็บเงินกองกลางสำหรับค่าอาหารคนละ 500,000 VND สำหรับทริปนี้ไม่พอค่อยเก็บเพิ่ม มื้อแรกเราจัดอาหารประเภท Local food ประมาณ 7 อย่างด้วยกัน เช่น bánh xèo หรือขนมเบื้องญวณ แหนมเนือง เป็นต้น กินกันเต็มที่ คิดเป็นเงินไทยประมาณคนละ 60 บาท ถูกดีจัง เหลือบไปเห็นมีจุดจำหน่ายตั๋วรถไปฮอยอัน เราก็จัดการจองตั๋วรถในราคา 150,000 VND / คน โดยรถจะมารับที่ร้านอาหาร


เสร็จภารกิจอาหารมื้อแรก เราก็ตัดสินใจไปเดินเล่นริมแม่น้ำหอมหรือแม่น้ำเฮือง หรือ Perfume River ชาวเวียดนามเรียก “ซงเฮือง” (ซง : แม่น้ำ เฮือง: หอม  Song Houng ) เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านกลางเมืองเว้ ในเขตจังหวัดถัวเทียน-เว้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แม่น้ำหอมมีต้นกำเนิดอยู่ 2 แหล่ง ซึ่งทั้งสองแหล่งนั้นเริ่มต้นจากทิวเขาเจื่องเซิน แควด้านซ้ายไหลมาจากเทือกเขาเจื่องดองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระหว่างทางเกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 55 แห่ง และเริ่มไหลช้าลงจนถึง Bang Lang fork ส่วนแควด้านขวาซึ่งมีระยะทางสั้นกว่า ไหลผ่านน้ำตก 14 แห่งและ Tuan ferry แล้วมาบรรจบกับแควด้านซ้ายที่ Bang Lang fork เกิดเป็นแม่น้ำหอม บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก มีทั้งร้านอาหารริมน้ำ ผับบาร์ รถซิโคล่ บริการเที่ยวชมเมือง เหล่าแม่ค้าแม่ขายสองข้างทางเป็นถนนคนเดิน หลายๆร้านพูดไทยได้ชัดเจน มีบริการนั่งเรือมังกร เพื่อชมบรรยากาศแม่น้ำหอม แต่เราเลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆ สะพานก็ไม่ได้เปิดไฟแล้ว เลยอดเห็นสะพานตรึงเทียน (Truong Tien Bridge) เปลี่ยนสีอันเรื่องชื่อของเมืองเว้ บริเวณริมน้ำจะมีวัยรุ่นเวียดนามนั่งคุยกระหนุงกระหนิงเป็นคู่ๆ ใครที่โสด กำลังอกหัก ระวังจะเฮิร์ตกว่าเดิมนะครับ เดินไปได้อีกพักก็เจอร้านอะไรสักอย่าง วัยรุ่นนั่งกันเยอะมาก เดินเข้าไปดูเป็นร้านขนมหวาน ตามที่ได้อ่านรีวิว เป้ สมาชิกของเราก็จัดมาเลย 1 แก้ว คิดเป็นเงินไทยประมาณ 25 บาท คือจะเรียกว่ารวมมิตรก็ได้ ในแก้วมีทั้ง กล้วยเชื่อม ถั่วต่างๆทั้งดำ แดง เหลือง เต้าส่วน วุ้นมะพร้าว เฉาก๊วย และอีกหลายๆอย่างรวมกัน ใส่กะทิ แล้วก็น้ำแข็ง เราลงมติกัน รสชาติถือว่าอร่อย แต่ควรกินในที่มืด 555+ ในแม่น้ำหอมก็มีเรือมังกรวิ่งพานักท่องเที่ยวชมวิวกัน ขากลับแวะ มินิมาร์ท จัดเบียร์ Hue มา 1 กระป๋อง คลายความเหนื่อยล้า


     

     เช้าวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการเดินทางโปรแกรมสำหรับวันนี้ช่วงเช้าเราจะไปเข้าชม พระราชวังเว้ (citadel) แล้วจะต่อรถนอนไปยัง เมืองฮอยอัน 7.00 น. เรานัดกันที่ห้องอาหารของโรงแรม นั่งรอแล้วรอเล่า อาหารก็ไม่มา ก็เลยไปเจรจา คือ อาหารที่โรงแรมนี้ต้องสั่ง ซึ่งเราต้องเรียกมาสั่ง เค้าจะไม่มาถาม ก็เลยเสียเวลารอ สั่งปุ๊บ พนักงานต้อนรับก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อของ มาทำ มื้อเช้าเราจัดขนมปังแบบฝรั่งเศส ไข่เจียวแฮม ชา กาแฟ ไป หลังจากทานอาหารเสร็จ เราก็เดินไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำหอม ไปเรื่อยๆ เพื่อจะข้ามสะพานตรึงเทียน (Truong Tien Bridge) เพื่อไปเที่ยวชม พระราชวังเว้ (citadel) ระยะทางประมาณ เกือบๆ 2 กิโลเมตร ระหว่างทางจะเสียงดังไปด้วยเสียงแตร ที่บีบกันจนน่าจะเป็นวัฒนธรรมสนั่นหวั่นไหว จุดแรกเมื่อเราลอดกำแพงพระราชวังโดยมีแผนภูมิทัศน์ตามหลักฮวงจุ้ยแบบตะวันออก แต่ล้อมรอบด้วยป้อมปราการที่สร้างตามแบบตะวันตก เรียกว่า ซิทาเดล (Citadel)  หนา 2 เมตร และยาว 10 กิโลเมตร ตรงกลางกำแพงด้านติดแม่น้ำ เป็นที่ตั้งของเสาธงสูง 37 เมตร  เป็นเสาธงที่สูงที่สุดในประเทศ ภายในเขตเมืองเก่าและพระราชวัง จะมีกำแพงกั้นเป็นสามชั้น ชั้นนอกสุดคือเมืองเอก หรือที่นิยมเรียกแบบฝรั่งว่า Citadel ประชาชนสามารถตั้งบ้านเรือนในเขตนี้ได้  ถัดมาคือเมืองจักรพรรดิ หรือ Imperial city ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงอีกชั้น  การเข้าชมภายในเขตนี้ต้องเสียค่าเข้าชมอีก 105,000 ดอง)  และเขตชั้นในสุดคือเมืองต้องห้ามสีม่วง (the Forbidden Purple City) เราเดินผ่านประตูวังตรงข้ามกับเสาธงหรือประตู Ngo Mon Gate ซึ่งมี 5 ประตู เสา 100 ต้น ค้ำหลังคาทั้ง 9 หลัง วังแห่งนี้ถูกสร้างมาเกิน 200 ปี เป็นที่ประทับของจักรพรรดิในราชวงศ์เหงียนทุกพระองค์ เมื่อเข้าไปเราจะเจอกับอาคารที่ชื่อว่า พระราชวัง Thai Hoa Palace หรือ Palace of Supreme Harmony ที่ใช้สำหรับเป็นท้องพระโรง มีบัลลังก์ว่าราชการ ศิลปะวัฒนะธรรมก็จะออกแนวจีนๆ คล้ายกัน เราเลยเข้าไปดู ภายในอาคารไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป หลังจากที่เราเที่ยวชม พระราชวัง Thai Hoa Palace แล้วเราก็เดินต่อไปด้านหลังจะพบกับลานกว้างๆ และอาคารที่นักท่องเที่ยวสามารถเช่าชุดเป็นฮ่องเต้ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ อาคารภายในกำลังบูรณะบ้าง ทาสีใหม่ เน้นสีแดงเป็นหลักดูสวยงาม แต่ที่เราสนใจ มีลักษณะเป็นกระถางขนาดใหญ่ เลยพูดเล่นๆว่า ถ้าเป็นบ้านเราน่าจะมีการโยนเหรียญลงไปแล้ว เดินไปดู มีจริงด้วย เงินไทยนิแหละ เหรียญสิบ เหรียญห้า เหรียญบาท ครบเลย และยังมีธนบัตรต่างชาติด้วย ภารกิจต่อมา ตามหาร้าน Lac Thien ที่พ่อค้าเค้าจะแสดงการเปิดขวดด้วยไม้ที่เค้าคิดค้นขึ้น เราก็จัดอาหารมาชุดใหญ่ เป็นอาหารเวียดนามแท้ๆ กินเสร็จลุงคนขายก็มอบไม้ที่เปิดขวดให้กับเรา 2 อันมีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ด้วย






รับชมรูปทั้งหมด https://www.facebook.com/tonklongwan/photos_albums


1

เยี่ยมมากเลย

เข้าใจเลย
1

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

มีผู้แสดงความรู้สึก (2 คน)

ความคิดเห็น ความคิดเห็น (1 ความคิดเห็น)

ตอบกลับ ake_chomthai 2014-5-12 12:05
เห็นแล้วอยากไปมั่งเลย

facelist doodle วาดภาพ

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

Archiver|WAP| ชมลม ชมไทย www.chomthai.com www.chomthailand.com ติดต่อ IDLINE : akechomthai Tel. 089-780 1770 e-mail : chomthailand@gmail.com

GMT+7, 2023-2-2 17:33 , Processed in 0.849293 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน