Bookmark and Share

เบตง Betong เมือง ที่นักท่องเที่ยวเมือง Tourist City ต้องมาครับ

Detail

Zoom ++ Click

แล้วความฝันและความตั้งใจผมที่จะไปเบตง ก็เป็นจริงขึ้นมาจนได้ครับ

เบตง เป็นอำเภอขนาดใหญ่ในจังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอใต้สุดของประเทศไทย ตั้งเป็นอำเภอเมื่อ พ.ศ.
2441 คำว่า \"เบตง\" (Betong) มาจากภาษามลายูว่า \"Buluh
Betong\" หมายถึง
ไม้ไผ่ หรือ ไผ่ตง


ภาพนี้เป็นภาพเด็กน้อย จากโครงการหลวงดอกไม้ในเมืองหนาว
สวนดอกไม้เมืองหนาวสวนดอกไม้นี้อยู่ทางด้านนอกของตัวอำเภอ ใช้เส้นทางไปบ่อน้ำพุร้อน
ซึ่งเป็นทางเดียวกับที่จะไปอุโมงค์ปิยะมิตร

ตัดมา 1 ภาพก่อน ว่ากลับมาถึง ก.ท.ม. แล้ว จะค่อย ๆ ทยอยทำภาพ และมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ในเบตงให้เพื่อนๆ
ได้ชมกันต่อไปครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-05-31 09:10:35] mail not show 158.108.66.179

1 [ 2 ]


Comment : 1

รอชมเต็มรูปแบบครับผม

m_0e9ab90.jpg KARN [2010-05-31 16:45:47] 203.107.158.172

Comment : 2

เขารอดูนะ

m_Baitong_333.jpg Baitong_333 [2010-05-31 23:22:07] mail not show 124.122.230.149

Comment : 3

Zoom ++ Click

อาจต้องค่อยๆโพสนะครับกระทู้นี้

ด้วยตอนนี้เปิดเทอมแล้ว เลยต้องทยอยลงในช่วงที่ว่างจากงาน

ภาพหลัก ก.ม. ที่ 13

ทริปนี้ตัวเลข เข้ามาเกี่ยวข้องกับคณะเดินทางของเรามาก

13 แทนค่า การเดินทางของเรา ทั้ง 13 คน

การเดินทางถึงเบตง 1,195 กม. – ประมาณ 17 ชั่วโมง 17 นาที

และก็คิดว่าเพื่อนๆ ที่ร่วมเดินทางน่าจะจำเลข 305 และ 203 ได้ดี

เรื่องนี้จะไปเล่าให้ฟังที่ทริปเขาสอยดาวแน่นอน

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 07:15:27] mail not show 158.108.66.179

Comment : 4

Zoom ++ Click

เราเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟ ที่สถานีบางซื่อ โดยรถสปิ๊นเตอร์รอบ 23.00 น. ถึงที่สถานีหาดใหญ่ 12.30
น.

กิจวัตรประจำวันของเราคือการ กิน นอน คุย ประชุม ศอช (ศูนย์อำนวยการชะแว๊บ)

เพราะแผนของเรา a - z ปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามสถานการณ์ แต่อย่างไรก็ตาม
แผนสุดท้ายต้องทำตาม....มติของแกนนำ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 07:19:27] mail not show 158.108.66.179

Comment : 5

มาปาดจร้าพี่เอก คิคิ....
จำได้ขึ้นใจเลย......

m_661c5c2.jpg TICKET [2010-06-02 07:21:16] mail not show 203.155.250.194

Comment : 6

Zoom ++ Click

ตัดภาพรวดเดียวมาที่สถนีรถไฟหาดใหญ่

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือ รถไฟวิ่งมาถึงตรงเวลามาก 12.30 น.พอดี


เราทำตามมติแกนนำ แผนสุดท้าย นั่งรถตู้จากหาดใหญ่ ไปทางสาสายปกติ ปัตตานี ยะลา เข้าเบตง
โดยเส้นทางที่คดเคี้ยว และช่วงสุดท้าย จากยะลา ถึงเบตง จะมีด้านตรวจทุก 1 ก.ม.

แต่ผมหลับตามระเบียบ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 07:25:01] mail not show 158.108.66.179

Comment : 7

Zoom ++ Click

แล้วเราก็มาถึงที่นี่ เบตง

โดยให้รถตู้วนหาที่พักให้เลย ซึ่งอยู่ในย่านตลาด และสถานที่สำคัญๆ ที่น่าสนใจพอดี
ทำเลที่พักเราดีมากครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 07:27:27] mail not show 158.108.66.179

Comment : 8

ง่ะ ขนาดมาโพสแต่เช้านะเนี่ย

แล้วตกลงเจอป่ะ แต่ดีนะพี่ยกเลิกให้ไป 301 อิ ๆ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 07:31:25] 158.108.66.187

Comment : 9

Zoom ++ Click

หลังจากที่เรานำสัมภาระเข้าที่พักแล้วก็ถึงเวลาที่มาเดินเล่นกันครับ

ภาพนี้คือ อุโมงเบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเบตง
เป็นอุโมงค์ที่เจาะทะลุเนินเขาเพื่อให้สะดวกในการสัญจรข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง
ซึ่งพื้นที่ด้านบนจะเป็นสวนสุขภาพ สถานที่ออกกำลังกาย และสนามกีฬาประจำเมือง

อาคารที่เห็นทางซ้ายมือคือส่วนพิพิธภัณฑ์ และหอชมวิว

ซึ่งวันที่เราไปเขาปิดซ่อมพอดี เลยไม่ได้ขึ้นไปเก็บวิวด้านนี้มาฝากเพื่อนๆ ครับ

ไม่รู้จะเบื่อป่าว ผมอาจบรรยายเยอะหน่อยเพราะภาพนิ่งน้อย เพราะหลักๆ จะเก็บเป็นภาพ VDO มาครับ

เพื่อนๆ ที่ได้ชมภาพเบตง และเพื่อนๆ ที่เดินทางทริปนี้คงจะเห็นได้ว่า เบตง เป็นเมืองที่สะอาดมาก

ผมมองไปตามท้องถนน เพื่อจะลองหาขยะ ซึ่งแทบไม่มีเลย ทั้งด้านการวางผังเมือง และจัดโซนต่าง
ๆช่างเป็นระเบียบดีจริง ๆ

คนที่เคยไปมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ น่าจะนึกภาพออกครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 08:37:24] mail not show 158.108.66.179

Comment : 10

น่าไปมากมายพี่เอก
อีกที่หนึ่งที่อยากไปเยือน

m_46ea206.jpg TonKlongwan [2010-06-02 09:35:49] mail not show 203.172.120.34

Comment : 11

Zoom ++ Click

ตู้ไปรษณีย์สีแดง อีกจุดหนึ่งที่ต้องแวะมาชม

ตู้ไปรษณีย์นี้ เคยเป็นตู้ไปรษรีย์ที่ใหญ่ในโลก และในประเทศไทย

สาเหตุที่ อ.เบตง มีตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ขนาดนี้ก็เพราะ เส้นทาง
การเดินทางจากเบตงและยะลามีความคดเคี้ยวห่างไกลกันมาก อั้กทั้งป่าเขาที่รกทึบ
ทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก

จึงจำเป็นที่ต้องมีตู้ไปรษณีย์ใหญ่ๆ เพื่อลองรับจดหมายในเวลา 1 เดือน
ถึงจะมีการเก็บจดหมายและส่งไปยังที่ต่างๆ ที่ผู้ส่งจ่าหน้าซองถึง

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 10:29:51] mail not show 158.108.66.179

Comment : 12

Zoom ++ Click

ภาพนี้เป็นป้าย เบตง ที่เราเดินลอดอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ออกมาอีกทางด้านหนึ่ง

..................................

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 10:33:55] mail not show 158.108.66.179

Comment : 13

Zoom ++ Click

สัตว์สัญลักษณ์ของเมืองเบตง

เพื่อน ๆ คงได้เคยทานข้าวมันไก่เบตงกันบ้างล่ะ

ไก่เบตง เป็นไก่พันธุ์เนื้อพื้นเมืองที่นำพันธุ์มาจากประเทศจีนที่เรียกว่าไก่กวางไส
ซึ่งเป็นไก่ที่มีต้นกำเนิดมาจากไก่พันธุ์แลนซาน

ไก่เบตงเป็นไก่เนื้อที่มีคนนิยมรับประทานกันมากเนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยเนื่องจากมีลักษณะพิเศษดังนี้ตร
งส่วนหนังจะมีสีเหลืองอ่อนเนื้อค่อนข้างเหลืองและก็นุ่ม ไม่ค่อยจะมีไขมันกลิ่นหอมมาก

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 10:45:11] mail not show 158.108.66.179

Comment : 14

Zoom ++ Click

สนามกีฬาที่อยู่ ด้านบนเขาอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ จริงๆ มีสวนสาธารณะและร้านอาหารด้วย
เกือบได้ชิมร้านนี้ละ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 10:52:21] mail not show 158.108.66.179

Comment : 15

Zoom ++ Click

เดินเล่นกันจนค่ำเลย

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 10:56:41] mail not show 158.108.66.179

Comment : 16

Zoom ++ Click

แล้วมื้อแรก ที่เมืองเบตงก็มาถึง

วันนี้เราเลือกที่จะไปกินกันที่ร้านอาหารโต้รุ่ง ซึ่งเมื่อก่อนเปิดอย่างนั้นจริงๆ

ส่วนตอนนี้ 3 - 4 ทุ่ม ก็เริ่มปิดร้านแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวน้อยลงมาก


ในภาพผมเลือกทานของแปลก แต่มีชื่อที่นี่เลย ข้าวต้มกบภูเขา

ต่อด้วยการไปนั่งชิมชา ที่ 4 แยก หอนาฬิกา

แล้วก็กลับที่พัก ไปจับโจรกันต่อถึงเที่ยงคืน....

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 11:00:50] mail not show 158.108.66.179

Comment : 17

Zoom ++ Click

ตัดภาพมายามเช้าเลย

และเนื่องจากที่เบตง มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก

อาหารหลักยามเช้าของที่นี้จึงไม่พ้น ติ่มซำ อร่อยดีครับ สั่งมาเกือบทุกชนิดที่ร้านมีเลย

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 11:40:23] mail not show 158.108.66.179

Comment : 18

Zoom ++ Click

ได้เวลาท่องเมืองเบตงแล้วครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:02:20] mail not show 158.108.66.179

Comment : 19

Zoom ++ Click

ช่วงนี้หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเราก็แยกย้ายกันไปตามอัธยาศรัย ก่อนที่มาร่วมตัวกันที่พัก
เพื่อนั่งรถท่องเที่ยวไปเยวตามจุดต่างๆ นอกเมือง

ผมเลือกที่จะเดินไปในตรอกเล็ก ๆ ระแวกนั้น

ถ้าเป็นคนถ่ายภาพสวยๆ คงได้ภาพงามๆ มาเยอะแน่นอนเลย แต่ผมเก็บมาได้เท่าที่ตาเห็น แล้วก็กดชัตเตอร์เลย

เห็นไหมครับว่า ถนนหนทางสะอาดตาดีจริง ๆ

ภาพที่เห็นจะเห็นได้ว่า เป็นวิถีชีวิตปกติของผู้คนที่นี่

การใช้ชีวิตปกติของชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยมุสลิม ที่อยู่รวมกันอย่างพี่น้อง มายาวนาน

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:10:33] mail not show 158.108.66.179

Comment : 20

Zoom ++ Click

ผมเดินผ่านเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรม

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:19:07] mail not show 158.108.66.179

Comment : 21

Zoom ++ Click

ตึกเก่าๆ ยังมีให้เห็นเยอะครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:22:34] mail not show 158.108.66.179

Comment : 22

Zoom ++ Click

ที่บ้านลุงประพันธ์ครับ ท่านอยู่ที่นี้มาตั้งแต่เกิด อายุเกือบ 70 ปีล่ะครับ

ออกมาคุยกับเราด้วยความเป็นกันเอง ผมได้ถ่ายวีดิโอสัมภาษณ์มาด้วยครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:26:57] mail not show 158.108.66.179

Comment : 23

Zoom ++ Click

แล้วก็กลับมาที่พัก ได้เวลาออกเที่ยวนอกเมืองกันแล้วครับ

ถ้าให้ได้บรรยากาศต้องไปรถท้องถิ่นแบบนี้ละ

จุดหมายเราวันนี้คือไปเที่ยวที่

บ่อน้ำพุร้อน

อุโมงค์ปิยมิตร

สวนดอกไม้เมืองหนาว

ผ่านด่านชายแดนไป ซื้อสินค้าปลอดภาษีที่ฝั่งมาเลเซีย

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

มัสยิดกลางเบตง

และปิดท้ายตอนเย็นด้วยการเดินสำรวจ ตามจุดต่างๆ ในเมืองให้ทั่วครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:35:14] mail not show 158.108.66.179

Comment : 24

Zoom ++ Click

ที่แรกที่ไปถึง สวนไม้เมืองหนาว

ระหว่างทางไม่ได้ถ่ายเลยครับ

ขึ้นเขา ขึ้นดอย นึกภาพเอาว่า ตอนไปไออุ่นนะครับประมาณนั้นเลย

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:47:02] mail not show 158.108.66.179

Comment : 25

Zoom ++ Click

เก็บภาพมานิดหน่อยครับ เน้นไปเล่นกับเด็กๆ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:49:58] mail not show 158.108.66.179

Comment : 26

Zoom ++ Click

เด็กบนนี้เก่งครับพูดได้หลายภาษา ทั้งภาษาไทย จีน

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:51:38] mail not show 158.108.66.179

Comment : 27

กรี๊ดๆ พี่ตาลไปด้วยหรอเนี้ย คิดถึงๆ

รอชมต่อครับ

ปล. พี่เอก บรรยายเยอะๆ ดีออกครับ รายละเอียดที่ลงไว้ เปิดอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ประโยชน์

m_0e9ab90.jpg KARN [2010-06-02 12:56:45] 203.107.158.172

Comment : 28

Zoom ++ Click

เราขึ้นสายไปหน่อยแดดเลยเริ่มแรงแล้วครับ

บรรยากาศที่นี่จะจัดเป็นจีน ๆ หน่อย

มีบ้านพักไว้รับรองนักท่องเที่ยวด้วย

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 12:57:17] mail not show 158.108.66.179

Comment : 29

Zoom ++ Click

สถานีต่อไป....

บ้านปิยะมิตร

หมู่บ้านปิยะมิตร ถือเป็นชุมชนชาวจีนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้แสดงบทบาทเชิงลึก แต่เงียบๆ
ให้กับประชาคมเมืองเบตงมาหลายทศวรรษ

ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
เป็นรุ่นลูกรุ่นหลานของกลุ่มคนที่เคยเคลื่อนไหวในนาม "พรรคคอมมิวนิสต์มลายา"
ที่เริ่มจากกลุ่มคนจีนที่จับอาวุธมาต่อสู้ห้ำหั่นอย่างดุเดือด
กับทหารญี่ปุ่นที่เข้ายึดครองพื้นที่ไว้ในปี ค.ศ.1943

อยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ให้ลองค้นหาดูที่กลูเกิ้ลครับ

เพราะปัจจุบัน บ้านปิยะมิตรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเบตงไปแล้ว ทั้งป่าไม้ธรรมชาติที่สวยงาม
น้ำตก และอุโมงค์ปิยะมิตร

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 13:12:03] mail not show 158.108.66.179

Comment : 30

Zoom ++ Click

ประตูต้อนรับ บ้านปิยะมิตรยิ่งใหญ่สวยงามมากครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 13:13:49] mail not show 158.108.66.179

Comment : 31

Zoom ++ Click

ผังอุโมงค์ปิยะมิตร

ที่มีทางเข้าออกหลายเส้นทาง และมีห้องต่างๆ แยกไว้ตามความจำเป็น ซึ่งเดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปชมกันครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 14:26:00] mail not show 158.108.66.179

Comment : 32

Zoom ++ Click

เมื่อเราเดินเข้าไปในอุโมงค์ ก็จะมีเส้นทางต่างๆ แยกไว้หลายเส้นทางและ
หลายทางออกอยู่ที่เราจะเลือกเดินหรือออกทางไหนครับ

ในเส้นทางเดินจะมีไฟแสงสว่างส่องทางคล้ายในโรงหนัง

และทางออกแต่ละทางก็จะสามารถวนมาบรรจบกันได้ครับ

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับผม เมื่อเดินภายในอุโมงค์แห่งนี้คือ

ผมไม่มีความอึดอัดเลย กลับเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะเดินลึกลง
หรือลัดเลาะไปตามจุดต่างๆอากาศจะถ่ายเทตลอด

คงเนื่องมาจากการก่อสร้างที่ได้วางแผนเรื่องการระบายของอากาศเอาไว้แล้วนั้นเอง

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 14:34:24] mail not show 158.108.66.179

Comment : 33

Zoom ++ Click

อีกห้องหนึ่งที่ผมสนใจคือ ห้องอัดเสียงเพื่อออกอากาศทางสถานีวิทยุ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 14:42:06] mail not show 158.108.66.179

Comment : 34

Zoom ++ Click

ที่นอนครับ แคบพอดีตัวเลย

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 14:52:32] mail not show 158.108.66.179

Comment : 35

Zoom ++ Click

จุดส่งเสบียง

ภาพนี้เมื่อผมแหงนคอขึ้นไปแล้วถ่ายครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 14:59:38] mail not show 158.108.66.179

Comment : 36

Zoom ++ Click

มาชมด้านนอกกันบ้างครับ

ส่วนนี้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:02:29] mail not show 158.108.66.179

Comment : 37

Zoom ++ Click

เก็บภาพมาเพียงบางส่วนก่อนนะครับสำหรับที่ค่ายปิยะมิตร

ในภาพจะเห็นระบบเตือนภัยรอบๆ ค่าย

จริงๆ มีส่วนที่น่าสนใจเยอะมาก แต่บางจุดก็ห้ามถ่ายภาพ เพื่อความมั่งคงนะครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:07:40] mail not show 158.108.66.179

Comment : 38

Zoom ++ Click

หลังจากเดินมาจากการชมอุโมงค์

ก็มาเจอรถคันนี้ครับชอบมากๆ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:17:02] mail not show 158.108.66.179

Comment : 39

Zoom ++ Click

เราเดินทางออกมาเพื่อไปจุดอื่นๆ ต่อ

ในภาพแวะถ่ายภาพกันระหว่างเส้นทาง

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:19:52] mail not show 158.108.66.179

Comment : 40

Zoom ++ Click

ชิวๆ กันไป กับมุมเท่ห์ๆ ของเพื่อนร่วมทาง

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:22:10] mail not show 158.108.66.179

Comment : 41

Zoom ++ Click

แล้วก็มาแช่น้ำพุร้อนกันต่อ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:31:43] mail not show 158.108.66.179

Comment : 42

Zoom ++ Click

หลังจากทานอาหารกลางวันที่บ่อน้ำพุร้อนแล้ว

เราก็เดินทางกันต่อ

ซึ่งต้องมาผ่านตัวเมือง อีกครั้งเพื่อไปยังด่านพรหมแดน ไทย - มาเลเซีย

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:34:53] mail not show 158.108.66.179

Comment : 43

Zoom ++ Click

จากตัวเมืองมาซัก 7 กิโลเมตรก็ถึงด่านพรหมแดน

ถ้าให้ดีควรมีหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย เพื่อความสะดวกในการผ่านแดน

แต่พอดีวันนี้เราเตรียมมาไม่ครบทุกคน แต่ดีพี่โชเฟอร์ เจรจาได้ว่าจะเข้าไปแป๊บเดียวแล้วก็กลับออกมา
เลยผ่านไปได้ครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:40:21] mail not show 158.108.66.179

Comment : 44

Zoom ++ Click

เราเข้าไปซื้อของฝากสักพักก็กลับออกมา

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:45:24] mail not show 158.108.66.179

Comment : 45

Zoom ++ Click

ชักภาพเป็นที่ระลึกกับจุดที่เป็นใต้สุดแห่งแดนสยาม ณ ด่านแห่งนี้ครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:47:27] mail not show 158.108.66.179

Comment : 46

Zoom ++ Click

และเดินไปกลับเข้าเมืองเพื่อมาสักการะ

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

ซึ่งอยู่บนเนินเขา ใกล้ตัวเมือง

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:50:05] mail not show 158.108.66.179

Comment : 47

Zoom ++ Click

ไหวพระทำบุญ

ความเป็นมา

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ เป็นพระธาตุเจดีย์แบบทวาราวดีศรีวิชัย
ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณวัดพุทธาธิวาส อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่
และสวยงามที่สุดในภาคใต้

สถาปนิกวัง ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรมไทย
ได้ดำเนินการออกแบบก่อสร้างเป็นพระมหาธาตุเจดีย์แบบศรีวิชัยประยุกต์ มีเจดีย์องค์ประธานอยู่ตรงกลาง
และมีเจดีย์องค์บริวารอยู่รอบๆเจดีย์องค์ประธาน 4 องค์
และมีเจดีย์องค์เล็กขนาดเท่ากับเจดีย์องค์บริวาร ซึ่งเป็นเรือนธาตุซ้อนอยู่ภายในเจดีย์องค์ประธาน

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:53:44] mail not show 158.108.66.179

Comment : 48

Zoom ++ Click

ฟ้าฝนเริ่มครึ้มมาล่ะครับ

หลังจากไหว้พระ และเก็บบรรยากาศอยู่ตรงนี้กันสักพักเราก็ต้องเคลื่อนย้ายกันแล้วครับ

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 15:58:06] mail not show 158.108.66.179

Comment : 49

Zoom ++ Click

เราลงมาจากเจดีย์เพื่อมา นมัสการ

พระพุทธธรรมกายมงคลปยุรเกศานนท์สุพพิธานองค์ใหญ่

ความเป็นมา

พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ พระพุทธธรรมกายมงคลปยุรเกศานนท์สุพพิธานองค์ใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งหล่อหลอมจาก ศรัทธาอันแรงกล้าของคณะศิษย์หลวงพ่อ วัดปากน้ำ
และพุทธศาสนิกชนชาวอำเภอเบตงตลอดจนจังหวัดใกล้เคียง ให้ร่วมอุทิศ ทรัพย์สร้างเป็นปูชนียวัตถุ คู่บ้าน
คู่เมืองของเบตง ชิ้นส่วนต่างๆ ขององค์พระหล่อที่ ประเทศจีน โดยหล่อเป็น ชิ้นส่วนต่างๆ
แล้วบรรทุกเรือสินค้า เข้ามาประดิษฐานอยู่ท่าม กลางร่มรื่นของ พรรณไม้นานาชนิด ตั้งอยู่ริมถนนรัตนกิจ
ใกล้กับองค์ พระมหา ธาตุเจดีย์ฯ พร้อมทั้งทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2535 โดยมี สมเด็จ
พระมหารัชมังคลาจารย์วัดปากน้ำ ทรงเป็นประธาน และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี ทรงเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ


m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 16:14:09] mail not show 158.108.66.179

Comment : 50

Zoom ++ Click

และสถานที่ต่อไปที่เราไปคือ

มัสยิดกลาง

มัสยิดคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยมุสลิมในอำเภอเบตงตั่งอยู่ที่ ถ.สุขยางค์ ใจกลาง เมืองก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.
2495 - 2496 ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นปูด้วยหินอ่อน มัสยิดแห่งนี้มีชื่อทางภาษาอาหรับว่า
"อัล-ยามีอุลมัฮดี"

m_740ef53.jpg ake_chomthai [2010-06-02 16:17:15] mail not show 158.108.66.179

1 [ 2 ]

Bookmark and Share

Reply

Picture :
You can not Allow register ClickHere | login

Not readable? Change text. *
Name : *
E-mail :
Tel : ICQ :
Detail :
Very Happy Smile Sad Surprised
Shocked Confused Cool Laughing
Mad Razz Embarassed Crying or Very sad
Evil or Very Mad Twisted Evil Rolling Eyes Wink
Exclamation Question Idea Arrow
*

 

*

Board v.0.12 beta :: Powered by : PacketLove.com | รับทำ SEO | electric cigarette | เว็บไซต์สำเร็จรูป | เว็บสำเร็จรูป | นั่งสมาธิ| สติปัฏฐาน © 2543-2551-THAILAND, All rights reserved.